ค่าส่งไปรษณีย์ EMS ลงทะเบียน eCo-Post และพัสดุธรรมดา อัพเดตล่าสุด 2563 (2020)

ค่าส่งไปรษณีย์ EMS

ค่าส่งไปรษณีย์ EMS

ค่าส่งไปรษณีย์ EMS

 ค่าส่งไปรษณีย์ลงทะเบียน (eCo-Post) และพัสดุธรรมดา

ค่าส่งไปรษณีย์

สำหรับไปรษณีย์ไทย เป็นผู้ให้บริการขนส่งอันดับต้นๆของประเทศ (สลับอันดับ 1 และ 2 กับ Kerry Express อยู่ตลอด) ถึงแม้ปัจจุบันจะมีบริษัทขนส่งเอกชนเข้ามาแชร์ตลาดธุรกิจขนส่งมากมายจนนับไม่ถ้วน แต่คนไทยไม่น้อยก็ยังนิยมส่งพัสดุทางไปรษณีย์ หรือแม้แต่เวลาสั่งสินค้าออนไลน์ ก็ยังเลือกที่จะให้ร้านค้าจัดส่งทางไปรษณีย์

ไปรษณีย์ไทยจะมีความแตกต่างจากบริษัทขนส่งอื่นๆอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นการคิดค่าขนส่งจากการชั่งน้ำหนักเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่บริษัทขนส่งอื่นๆโดยมากจะชั่งทั้งน้ำหนัก และวัดขนาดของพัสดุแล้วคำนวณออกมาเป็นปริมาตรน้ำหนัก (กว้างxยาวxสูง แล้วหารด้วย 5000) อันไหนมากกว่าคิดตามอันนั้น อย่างทางร้านเองก็มีร้านขายรองเท้าเด็กออนไลน์อยู่ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีน้ำหนักเบาไม่เกิน 500 กรัม แต่ใช้กล่องพัสดุ ขนาด ข (B) ขึ้นไป เวลาจัดส่งทางไปรษณีย์ลูกค้าจะเสียค่าขนส่งถูกกว่าบริษัทเอกชนอื่นๆ ยกตัวอย่าง ส่งเคอรี่ เสียค่าส่ง 65-80 บาท แต่ถ้าส่ง EMS จะเสียค่าส่งเพียง 52 บาทเท่านั้น

หรือแม้แต่ผู้รับให้ที่อยู่มาไม่ชัดเจน แต่พี่บุรุษไปรษณีย์ของเราจะจำเก่งมาก พี่เค้าจำบ้านได้ทั้งหมดในเขตรับผิดชอบ สามารถจัดส่งได้ถูกต้องโดยไม่ต้องโทรถามเส้นทางเหมือนขนส่งเจ้าอื่นๆ

แต่ในข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย ข้อเสียของไปรษณีย์ที่เห็นกันอยู่บ่อยๆคือ

  • สถานะค้าง (อันนี้น่าจะเป็นจากระบบ tracking เอง) มาตรฐานการใช้เวลาในการจัดส่งไม่แน่นอน บางครั้งส่งจากกทม.ไปภูเก็ต วันเดียวก็ถึง แต่ส่งอีกครั้งใช้เวลา 2-3 วัน
  • ยังไม่มีบริการเข้ารับสินค้า (จริงๆตอนนี้ก็มีบริการนี้โปรโมทอยู่ แต่ยังไม่เป็นรูปธรรมเท่าที่ควร ผู้ส่งก็ต้องดีลกับบุรุษไปรษณีย์แถวบ้านเอาเอง แต่ถ้าส่งชิ้นใหญ่ๆหรือปริมาณมากๆก็สามารถดีลกับที่ทำการไปรษณีย์แถวบ้านได้เลย)
  • บางทีผู้รับไม่อยู่บ้าน ปกติพี่บุรุษไปรษณีย์จะนำจ่ายในวันถัดไป แต่บางครั้งก็ไม่นำจ่ายใหม่ แต่กลับออกใบแจ้งให้ไปรับเอง ทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้าในกล่องจดหมาย แต่เราก็สามารถโทรไปที่ทำการไปรษณีย์และแจ้งเลขให้พี่เค้ามาส่งใหม่ก็ได้นะ ^_^

หากเป็นร้านค้าออนไลน์ควรมีขนส่งหลายๆเจ้าให้ลูกค้าเลือกเองจะดีที่สุด